SWAP

Swap คือ ค่าส่วนต่างที่โบรกเกอร์คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เราได้เปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืน (overnight interest) โดย ค่า swap ของแต่ล่ะโบรกเกอร์จะกำหนดไม่เหมือนกัน บางโบรกเกอร์ก็ไม่คิด นักลงทุนโดยส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นเรื่องกะจิ๊บ เพราะเมื่อถือออเดอร์ข้ามคืนแล้วผลคำนวณค่า swap จากกำไรหรือขาดทุนนั้นน้อยมาก แต่ก็อย่าชะล่าใจ หากเทรดได้ตามเป้าและไม่มีแผนอะไรแล้ว ก็ควรจะปิดออเดอร์ให้ทันตามเวลากำหนด ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการถือออเดอร์ sell ทิ้งไว้ในคืนวันพุธ ด้วยเหตุที่ว่า มีการยกเอาค่า Swap ของวันเสาร์ – อาทิตย์ (+วันนักขัตฤกษ์ ) มาคิดร่วมกันล่วงหน้าไว้ในคืนวันพุธ ทำให้วันพุธ เป็นวันที่มีค่า swap เยอะที่สุด หากไม่จำเป็น ก็ไม่ควรถือข้ามคืนไว้เป็นดีที่สุด แต่ก็มีอีกบางเหตุผลที่ควรถือเก็บไว้เหมือนกันซึ่งดูจากข้อดีข้อเสียดังต่อไปนี้.


ข้อดีของ Swap อาศัยออเดอร์ Swap ที่เป็นบวก เปิดข้ามคืนเพื่อให้ได้กำไรจากการคิดอัตราดอกเบี้ย ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยในสกุลเงินที่เปิดออเดอร์ BUY ข้ามคืนนั้น สามารถทำกำไรเหมือนได้ดอกเบี้ยจากการฝากเงินในธนาคาร ด้วยรูปแบบดอกเบี้ย+ทับต้น การเทรดแบบ Hedging หรือ Carry Trade โดยเน้นคู่สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันสูง


ข้อเสีย ต้องเสียค่า Swap เมื่อถือออเดอร์ข้ามคืน Swap ของโบรกเกอร์เป็นลักษณะ กรณีเราได้=จ่ายน้อย แต่กรณีเราเสีย=เก็บเยอะ บางโบรกเกอร์ การคำนวณค่า Swap ไม่ชัดเจนแน่นอน


ค่า Swap คิดยังไง? ค่า Swap จะเกิดขึ้นจากการเปิด ออเดอร์เกิน 24 ช.ม. (ข้ามคืน) โดยยึดเอาเวลาเริ่มต้นที่ 5 PM ของเมืองหลวง New York เป็นหลัก เทียบเวลาบ้านเราก็เท่ากับเริ่มตี 4 และทุกๆ Broker จะเริ่มเปิดตลาดเป็นเวลาเดียวกันกับที่ตลาด Forex ทั่วโลกเปิด คือ เวลา 04.00 น. ตรงกับวันจันทร์ และปิด เวลา 04.00 น.เช้าวันเสาร์ ตามเวลาในไทย การคิดค่า swap มีตัวแปรหลักที่สำคัญคืออัตราดอกเบี้ย โดยใช้สกุลเงินตัวหน้าเป็นหลักของการเปรียบเทียบว่า ถ้าเปิดออเดอร์แล้วจะได้หรือต้องเสียค่า swap ให้จำง่ายๆไว้ว่า ถ้านำเอาเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า ไปซื้อเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า = ได้ค่า Swap เสมอ (order buy) ถ้านำเอาเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ไปขายให้เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า = จ่ายค่า Swap เสมอ (order sell)